แชร์

แพ็คเกจจิ้งแบบไหนที่เวิร์คจริง? พาส่อง 5 ตัวอย่างจากแบรนด์ดัง พร้อมเบื้องหลังการเลือกใช้

อัพเดทล่าสุด: 19 มิ.ย. 2025
107 ผู้เข้าชม

แพ็คเกจจิ้งแบบไหนที่เวิร์คจริง? พาส่อง 5 ตัวอย่างจากแบรนด์ดัง พร้อมเบื้องหลังการเลือกใช้

แพ็คเกจจิ้ง ไม่ใช่แค่ "เปลือก" แต่คือ "ประตูด่านแรก" ที่จะทำให้ลูกค้าหยิบสินค้าขึ้นมาดู ลอง และตัดสินใจซื้อภายในไม่กี่วินาที แล้วแบบไหนล่ะที่เวิร์คจริงในตลาดบิวตี้?
วันนี้ เจ แพ็คเกจจิ้ง จะพาไปส่อง 5 ตัวอย่างแพ็คเกจจิ้งจากแบรนด์ดัง พร้อมเบื้องหลังการเลือกใช้ ที่อาจทำให้คุณมองแพ็คเกจจิ้ง "ไม่เหมือนเดิม" อีกต่อไป!

 

บรรจุภัณฑ์แบบซอง (Pouch Packaging)

Pouch Packaging หรือ บรรจุภัณฑ์แบบซอง

ข้อดีของการเลือกใช้:

  • ราคาต้นทุนต่ำ เหมาะกับสินค้าขนาดทดลอง
  • ลูกค้า "กล้าลอง" เพราะไม่ต้องจ่ายแพง
  • ขนาดเล็ก พกพาง่าย เหมาะกับไลฟ์สไตล์เร่งรีบ
เบื้องหลังการวางกลยุทธ์:
แบรนด์ที่ใช้ซองมักวางกลยุทธ์ให้ลูกค้าลองใช้ > ติดใจ > กลับมาซื้อไซส์ใหญ่
เป็นเครื่องมือ "ปั้นยอดขาย" ได้ดีมาก โดยเฉพาะสินค้าสกินแคร์

แบรนด์ตัวอย่างที่ใช้บรรจุภัณฑ์ซอง: Smooto, BK Acne, Rojukiss

 

บรรจุภัณฑ์แบบขวดปั๊ม (Pump Bottle)

Pump Bottle หรือ บรรจุภัณฑ์แบบขวดปั๊ม
ข้อดีของการเลือกใช้:

  • ใช้งานสะดวก ไม่เลอะมือ
  • ควบคุมปริมาณได้แม่นยำ
  • ดูสะอาดและพรีเมียม

เบื้องหลังการวางกลยุทธ์:
แบรนด์สายเวชสำอางนิยมใช้ เพื่อแสดงภาพลักษณ์ให้ผลิตภัณฑ์ดูสะอาด ปลอดภัย และใช้งานง่าย

เหมาะกับสินค้าที่มีเนื้อสัมผัสเหลวหรือเจล เช่น คลีนเซอร์ โลชั่น เซรั่ม

แบรนด์ตัวอย่างที่ใช้บรรจุภัณฑ์แบบขวดปั๊ม:
Cerave, La Roche-Posay, Smooth E

 

บรรจุภัณฑ์แบบตลับ (Compact Case)

Compact Case หรือ บรรจุภัณฑ์แบบตลับ
ข้อดีของการเลือกใช้:

  • ดีไซน์ดึงดูด เห็นแล้วอยากหยิบใช้
  • เหมาะกับสินค้าประเภทพกพา เช่น คุชชั่นหรือแป้งพัฟ
  • สามารถดีไซน์ฝาปิดให้มีลวดลายเฉพาะของแบรนด์

เบื้องหลังการวางกลยุทธ์:
แบรนด์มักใช้ตลับเพื่อสร้างภาพจำ โดยออกแบบลวดลายให้มีความ Limited Edition หรือ Special Collection ซึ่งช่วยกระตุ้นการซื้อซ้ำจากลูกค้าเดิม

แบรนด์ตัวอย่างที่ใช้บรรจุภัณฑ์แบบตลับ:
Cute Press, Laneige

 

บรรจุภัณฑ์แบบขวดดรอปเปอร์ (Dropper Bottle)

Dropper Bottle หรือ บรรจุภัณฑ์แบบขวดดรอปเปอร์
ข้อดีของการเลือกใช้:

  • ให้ภาพลักษณ์ "วิทยาศาสตร์" หรือ "สกินแคร์ที่เน้นส่วนผสม"
  • ควบคุมปริมาณได้ง่าย
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือ และความมีมาตรฐานให้กับผลิตภัณฑ์

เบื้องหลังการวางกลยุทธ์:
เหมาะกับสินค้าที่มีเนื้อบางเบา เช่น เซรั่มเข้มข้น วิตามินบำรุงผิว

แพ็คเกจแบบนี้มักใช้ควบคู่กับการเน้นส่วนผสมเป็นจุดขาย เช่น Vitamin C, Niacinamide ฯลฯ

แบรนด์ตัวอย่างที่ใช้บรรจุภัณฑ์แบบขวดดรอปเปอร์:
The Ordinary, Skin1004

 

บรรจุภัณฑ์แบบหลอดบีบ (Tube Packaging)

Tube Packaging หรือ บรรจุภัณฑ์แบบหลอดบีบ
ข้อดีของการเลือกใช้:

  • ใช้ง่าย พกง่าย
  • เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานในปริมาณมาก เช่น โฟมล้างหน้า, ครีม
  • วางนอนได้ ไม่เปลืองพื้นที่

เบื้องหลังการวางกลยุทธ์:
หลอดบีบยังเป็นที่นิยมเพราะต้นทุนต่ำกว่าขวดหัวปั๊ม แถมยังครีเอทดีไซน์ได้หลากหลาย และใช้ได้กับกลุ่มสินค้าหลายประเภท

แบรนด์ตัวอย่างที่ใช้บรรจุภัณฑ์แบบหลอดบีบ: Senka, Innisfree

 

ดังนั้น แพ็คเกจจิ้งที่เวิร์ค จะต้อง "เข้าใจสินค้า + เข้าใจลูกค้า"

  1. อย่าเลือกแพ็คเกจจิ้งเพียงเพราะ "สวย" แต่ต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง และกลุ่มเป้าหมาย
  2. คิดถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ เช่น จะให้ดูน่ารัก คลีน หรู หรือรักษ์โลก
  3. แพ็คเกจที่ดีจะสามารถเพิ่มมูลค่าให้สินค้า และกระตุ้นการซื้อซ้ำได้จริง

หากคุณเป็นเจ้าของแบรนด์ที่กำลังเลือกแพ็คเกจจิ้ง ลองถามตัวเองว่า...

"สินค้าของฉันควรถูกใช้ยังไง?"

"ลูกค้าของฉันอยากได้ภาพลักษณ์ต่อผลิตภัณฑ์แบบไหน?"

"แพ็คเกจนี้...ช่วยให้แบรนด์ฉันดูน่าจดจำขึ้นไหม?"

เมื่อคุณสามารถตอบคำถามทั้ง 3 นี้ได้ คุณจะค้นพบแพ็คเกจจิ้งที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ของคุณ

 

แพ็คเกจจิ้งไม่ได้เป็นเพียงแค่วัสดุห่อของ แต่คือเครื่องมือทำการตลาดที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่ง

ลงทุนให้ถูกจุด แล้วแพ็คเกจจะช่วยคุณโปรโมทสินค้าได้อย่างน่าประทับใจค่ะ


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy